แพ้ยาสีฟัน

เพิ่มเพื่อน

อาการแพ้ยาสีฟัน พบไม่บ่อยนัก แต่หากคุณเริ่มใช้ยาสีฟันชนิดหนึ่งแล้วมีอาการ เนื้อเยื่อในช่องปากหลุดลอก ระคายเคือง ปากดำลอก มีอาการบวม รวบๆปาก หรือระคายเคืองรอบๆปาก อาจจะเป็นไปได้ว่าคุณเริ่มมีอาการแพ้สารในยาสีฟันชนิดนั้นๆแล้ว

ผู้ป่วยที่พบว่ามี อาการแพ้ยาสีฟันส่วนใหญ่จะแพ้ที่สารแต่งกลิ่นรส (หากใครรู้สึกว่าแพ้ยาสีฟัน อาจจะต้องเปลี่ยนสารแต่งกลิ่นแต่งรส เป็นอันดับแรก) เช่น ชินนามอน (cinnamon), สเปียร์มินต์ (spearmint), เป๊บเปอร์มินต์ (peppermint), น้ำมันหอมระเหยคาร์โวน (carvone) และน้ำมันหอมระเหย ชนิด anethole.

ชินนามอน (cinnamon) Photo by Daria Shevtsova on Pexels.com
สเปียร์มินต์ (spearmint) Photo by icon0.com on Pexels.com

เพราะว่าเราแปรงฟันกันทั้งชีวิต คนอเมริกันแปรงฟันใช้เวลารวมกันทั้งชีวิตมากกว่า 38.5 วันติดต่อกัน ( ที่มา Academy of Periodontology)

ส่วนประกอบของยาสีฟันที่มีขายตามท้องตลาด ประกอบด้วย ผงขัด  สารซักฟอก สารที่ใช้ยึดเหนี่ยว (binding agent) สารที่ช่วยดูดซับน้ำ (Humectant) วัตถุกันเสีย (preservative) สารแต่งสี ฟลูออไรค์ และสารแต่งกลิ่นรส

Photo by Karolina Grabowska on Pexels.com

ยาสีฟันแบบหลอดที่เราใช้แปรงฟันกันนั้น เริ่มมีการผลิตขึ้นมาช่วงปี 1800 สารแต่งกลิ่นรส เป็นสิ่งแรกที่ใช้เป็นส่วนผสม เนื่องจากทำให้ผู้บริโภคสนุกกับการนำไปใช้ และช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น ซึ่งพบว่าอาการแพ้ยาสีฟันส่วนใหญ่นั้นเกิดจากสารเหล่านี้ ซึ่งส่วนประกอบอื่นๆในยาสีฟันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่า

งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ทำการรีวิว* ยาสีฟันที่มีขายตามท้องตลาดในอเมริกา 80 ยี่ห้อ และได้ตรวจสารที่อาจจะทำให้เกิดการแพ้ยาสีฟัน พบว่ามีสารที่อาจจะทำให้เกิดการแพ้ได้ดังนี้

อันดับที่ 1 สารแต่งรสชาติ และสารอื่นๆที่ไม่สามารถระบุได้ ซึ่งมีส่วนผสมในยาสีฟันคิดเป็น 93% ของยาสีฟันที่มีขายในท้องตลาด สารที่พบมากได้แก่ มินต์ หรือชินเอมอน

หากใครรู้สึกว่าแพ้ยาสีฟัน ถ้าใช้รสมินต์ หรือชินเอมอน อาจจะลองเปลี่ยนเป็นรสอื่นแทน เช่น รสองุ่น สตรอเบอรรี่ ส้ม มะม่วง หรือ แครอทแทน

อันดับที่ 2 โคคามิโดโพรพิล บีเทน (cocamidopropyl betaine (CAPB)) ซึ่งมีส่วนผสมในยาสีฟันคิดเป็น 20% ของยาสีฟันที่มีขายในท้องตลาด ซึ่งเป็นสารผสมในยาสีฟันเพื่อลดแรงตึงผิว

อันดับ 3 โพรพิลีน ไกลคอน (PG (Propylene glycol)) ซึ่งมีส่วนผสมในยาสีฟันคิดเป็น10% ของยาสีฟันที่มีขายในท้องตลาด เป็นตัวทำละลายในยาสีฟัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทนความร้อน หรือทนอุณหภูมิร้อนเย็น

นอกจากนั้นจะเป็นจำพวก E (Essential oils and biological additives),P (Parabens),เปปเปอร์มินต์,วิตามินE และสารอื่นๆ

จริงๆแล้วคนเราจะมีอาการแพ้แตกต่างกัน ดังนั้น หากเกิดอาการแพ้ยาสีฟัน ทางที่ดีที่สุดคือไปที่สถาบันโรคผิวหนัง หรือโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อตรวจสอบสารที่แพ้ ที่อยู่ในยาสีฟัน ว่าเราแพ้อะไร

หรือลองหยุดใช้ยาสีฟันตัวเก่า และลองหาซื้อรสอื่น ที่ไม่ใช่รสที่แพ้อยู่ และลองสังเกตอาการดูนะครับ

ส่วนใครที่มีอาการแพ้ เพื่อการรักษา ไปพบแพทย์ผิวหนังดีที่สุดนะครับ

* J Clin Aesthet Dermatol. 2010 May; 3(5): 42–47.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s