ปวดฟันกับการแก้ปัญหา

เพิ่มเพื่อน

อาการปวดฟัน มีหนอง เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุเช่น ฟันผุทะลุประสาทฟัน โรครำมะนาดหรือปริทันต์อักเสบ (เหงือกอักเสบรุนแรง) และฟันร้าวหรือฟันแตก ซึ่งทุกๆสาเหตุนี้เป็นเหตุให้แบคทีเรียเข้าไปสู่ประสาทฟัน (ในตัวฟันจะมีโพรงประสาทฟันที่มีเส้นเลือด เส้นประสาทและเนื้อเยื่ออยู่) ทำให้ประสาทฟันตาย (เนื้อเยื่อทั้งหมดในโพงระสาทฟันตาย) 

หากปล่อยไปเรื่อยๆ เนื้อเยื่อประสาทจะตายจนถึงปลายรากฟัน ทำให้หนองเกิดขึ้นและอาจจะกลายมาเป็นตุ่มหนองให้เราเห็นทางด้านนอกได้ โดยอาการจะเกิดขึ้นเป็น

– ปวดฟันมาก

– มีอาการบวม

– เหงือกมีสีแดงจากการอักเสบ

ตุ่มหนอง

– มีหนองออกมา รับรู้ได้ถึงรสชาติไม่ดีในปาก

– มีไข้

ซึ่งถ้าปวดและบวมมาก อาจจะต้องรีบไปพบทันตแพทย์ เพื่อบรรเทาอาการ เพราะอยู่ในข่ายทันตกรรมฉุกเฉิน/ทันตกรรมเร่งด่วน

อาการเหล่านี้ถ้าเกิดขึ้น มีวิธีรักษาซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ซึ่งทันตแพทย์จะให้การรักษาคร่าวๆตามแต่ละคนดังนี้ครับ  

– ให้ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฎิชีวนะ เพื่อระงับความรุนแรงของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการบวมหรือปวด ซึ่งเราไม่ควรหายาทานเอง ควรไปปรึกษาหมอฟันก่อน เพราะ ปวดจากฟันผุกับปวดจากรำมะนาดใช้ยาคนละประเภทนะครับ อย่าซื้อยาเอง

– ทำการระบายหนอง หากมีอาการบวมมาก

– ทำการทำความสะอาด เอาหินปูนลึกๆออก โดยการเกลารากฟัน หากอาการบวมเกิดจากเหงือกหรือโรครำมะนาด

– ทำการรักษารากฟัน หากอาการปวดเกิดจากฟันผุ หรือฟันแตก(ในกรณีที่บูรณะได้)

คลิกอ่านเพิ่มเติม

กระบวนการรักษารากฟัน

แต่หากตอนนี้บางท่านยังไม่สะดวก การทานยาพาราจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้ เพราะอยู่ใกล้มือ หาซ้อตามร้านสะดวกซ้อได้ง่าย แต่ควรระมัดระวังการทานยาแก้ปวดหรือพาราเซตามอล ผมจึงขออธิบายสั้นๆเกี่ยวกับการทานยาพาราเซตามอลนะครับ

หมอนะ

การทานยาแก้ปวดหรือพาราที่ปลอดภัย

พาราเซตามอล หรือ ถ้าคนทั่วๆไปพูดถึงกันก็คือ ไทลีนอล หรือซารา (หรือยี่ห้ออื่นๆ) นั่นเอง

เชื่อไหมครับทั้งคนไทยและอเมริกา กินยาพาราเหมือนยาเทวดาไปแล้ว จากการสำรวจ ปี1998-2003 ยาพาราเซตามอลหรืออะซิตามิโนเฟน (acetaminophen) เป็นสาเหตุหลักของการเกิดตับวายเฉียบพลันในกลุ่มคนอเมริกา โดย 48% สัมพันธ์กับคนไข้ที่ได้รับยาพารามากเกินไปหรือเกินขนาน (overdose) คือจาก 131 of 275 เคส ดังนั้นหากปวดฟันแล้วทานยาพารามากกว่า 3-5 วันไม่ดีขึ้น อาจจะต้องรีบไปพบทันตแพทย์ อย่าทานยาพร่ำเพรื่อนะครับ มันง่ายมากแค่เดินเข้าเซเว่นเพื่อหาพาราซักแผง แต่มันยากที่จะแก้นะครับ ถ้าตับเราพังแล้ว (ข้อมูลจาก FDA US)

วิธีการทานพาราเซตามอล (พารา) แบบปลอดภัยต่อตัวเราเอง!!

1.ให้รู้ไว้ก่อนนะครับ ว่ายาพารา มีข้อบ่งชี้ หรือสามารถใช้เพื่อ บรรเทาไข้ และบรรเทาอาการปวดระดับน้อยจนถึงปานกลางเท่านั้น ไม่ใช่ปวดมากไม่อยากไปพบแพทย์เลยทานพาราไป 1 กำ เหมือนคนไข้ที่ผมเคยพบชาวพม่า ปวดฟัน ทานยาพารา 2 เม็ดไม่ดีขึ้น เลยทานเพิ่มเป็นสิบเม็ดต่อวัน ซึ่งอันตรายมากๆ

การใช้ยาพาราเซตามอล ขนาด 325 มิลลิกรัม


น้ำหนักตัว 22-33 กิโลกรัม วิธีใช้ ครั้งละ 1 เม็ด
มากกว่า 33-44 กิโลกรัม ใช้ครั้งละ 1 เม็ดครึ่ง
มากกว่า 44 กิโลกรัม ใช้ครั้งละ 2 เม็ด

การใช้ยาพาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม


น้ำหนักตัว 34-50 กิโกรัม ใช้ครั้งละ 1 เม็ด
น้ำหนักตัว มากกว่า 50-67 กก. ใช้ครั้งละ 1 เม็ดครึ่ง วันละไม่เกิน 5 ครั้ง
น้ำหนักตัวมากกว่า 67 กก. ใช้ครั้งละ 2 เม็ด วันละไม่เกิน 4 ครั้ง
พาราเซตามอล

ทั้งนี้ การกินยาแต่ละครั้ง ควรกินห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และใช้เฉพาะเมื่อมีอาการ เช่น ปวดหรือมีไข้ หากไม่มีอาการควรหยุดใช้ยาทันทีเพื่อลดการเกิดผลข้างเคียงจากยา

2. เวลาทานยาพารา ร่วมกับยาแก้ปวดชนิดอื่น แบบว่าซื้อมาหลายยี่ห้อ หลายแผง ให้สำรวจว่า ยาที่เราทานมียาพาราเหมือนๆกันไหม ถ้ามีให้ทานตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะถือว่ากินยาเกินขนานไป

3. อย่าทานยาพารา และไปดื่มแอลกอฮอล์ เพราะตับของคุณอาจพังได้ งดสุราหากทานพารานะครับ

อย่าทานยาพารา และไปดื่มแอลกอฮอล์ เพราะตับของคุณอาจพังได้ งดสุราหากทานพารานะครับ

4. อย่าทานพาราเกิน 4 กรัมต่อวัน คือไม่ควรทานเกินวันละ 8 เม็ด (เม็ดละ 500 มิลลิกรัม) และควรกินยาห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง อย่าทานพร่ำเพรื่อ หรือติดต่อกันนานกันเกิน 5 วัน เพราะอาจจะเป็นพิษต่อตับได้ หากทานแล้วอาการปวดฟันไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบทันตแพทย์

อย่าทานพาราเกิน 4 กรัมต่อวัน คือไม่ควรทานเกินวันละ 8 เม็ด (เม็ดละ 500 มิลลิกรัม) และควรกินยาห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง อย่าทานพร่ำเพรื่อ หรือติดต่อกันนานกันเกิน 5 วัน เพราะอาจจะเป็นพิษต่อตับได้

5. หากคุณมีปัญหาโรคตับอยู่ กรุณาอย่าทานพาราให้เลี่ยงไปทานยาแก้ปวดชนิดอื่นแทนนะครับ และแจ้งทันตแพทย์ หรือแพทย์ เภสัชกรทุกครั้ง

หากปวดฟัน ลองทานยาพาราดูก่อน หรือถ้ามีรูฟันผุ อย่างเห็นได้ชัด อาจจะลองบ้วนน้ำอุ่นเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก ฟันเบาๆ หรือใช้ไหมขัดฟันเพื่อเอาเศษอาหารที่ติดออก ห้ามใช้ยาเหน็บไว้ข้างแก้มเพราะอาจจะแสบร้อน ไหม้กระพุ้งแก้มได้ ถ้าเป็นไปได้ให้รีบไปหาหมอฟันหรือเภสัชกรเพื่อรับยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s